การปกครองระบอบเผด็จการ
ระบอบเผด็จการ
ระบอบเผด็จการมีลักษณะเด่นอยู่ที่การรวมอำนาจทางการเมืองการปกครองไว้ที่ บุคคลเพียงคนเดียวหรือพรรคเดียวโดยบุคคลหรือคณะบุคคลดังกล่าว สามารถใช้อำนาจนั้นควบคุมบังคับประชาชนได้โดยเด็ดขาด หากประชาชนคนใดคัดค้านผู้นำหรือคณะผู้นำก็จะถูกลงโทษ
๑ ) รูปแบบของเผด็จการ ระบอบเผด็จการมี ๓ แบบ คือ เผด็จการทหาร เผด็จการฟาสซิสต์ และเผด็จการคอมมิวนิสต์ ซึ่งมีลักษณะสำคัญดังนี้
๑ . ๑ ) ระบอบเผด็จการทหาร หมายถึง ระบอบเผด็จการที่คณะผู้นำฝ่ายทหารเป็น ผู้ใช้อำนาจเผด็จการในการปกครองโดยตรงหรือโดยอ้อม ( ผ่านทางพลเรือนสนับสนุน ) และมักจะใช้กฎอัยการศึกหรือรัฐธรรมนูญที่คณะของตนสร้างขึ้นเป็นเครื่องมือในการปกครอง โดยทั่วไปคณะผู้นำทหารมักจะใช้อำนาจเผด็จการปกครองประเทศเป็นการ ชั่วคราวแต่บางครั้งก็ไม่ยอมคืนอำนาจกลับมาให้ประชาชนโดยง่าย และเมื่อเวลาผ่านไป กระแสความไม่พอใจในหมู่ประชาชนรวมทั้งแรงกดดันจากนานาชาติก็จะทำให้คณะผู้นำทางการทหารกุมอำนาจการ ปกครองไว้ไม่ได้ ในที่สุดก็จำเป็นต้องคืนอำนาจมาให้ประชาชน แต่กว่าจะมาถึงจุดนี้ได้ในบางประเทศก็เกิดความวุ่นวาย มีการต่อสู้ระหว่างกำลังของประชาชนกับกำลังของรัฐบาลเผด็จการทหาร ซึ่งจากประวัติศาสตร์การเรียกร้องสิทธิเสรีภาพในการปกครองที่ผ่านมา มักจะจบลงโดยชัยชนะเป็นของฝ่ายประชาชน การปกครองแบบเผด็จการทหาร เช่น การปกครองของญี่ปุ่นระหว่างสงครามโลก ครั้งที่ ๒ อันเป็นระยะที่พลเอกโตโจและคณะนายทหารใช้อำนาจเผด็จการในการ ปกครอง หรือการปกครองของไทยระหว่างที่ไม่มีรัฐธรรมนูญ ในระหว่างวันที่ ๒๐ ตุลาคม พ . ศ . ๒๕๐๑ ถึงวันที่ ๒๐ มิถุนายน พ . ศ . ๒๕๑๑ อำนาจการปกครองประเทศตกอยู่ภายใต้การควบคุมของคณะปฏิวัติ ซึ่งนำโดยจอมพลสฤษดิ์ ธนรัชต์ และจอมพลถนอม กิตติขจร ส่วนในปัจจุบันประเทศที่มีการปกครองระบอบนี้ เช่น สหภาพพม่า โดยมีสภาสันติภาพและการพัฒนาแห่งรัฐ (The State Peace and Development Council : SPDC) ทำหน้าที่บริหารประเทศเป็นต้น
( ๑ . ๒ ) ระบอบเผด็จการฟาสซิสต์ หมายถึง ระบอบเผด็จการที่ผู้นำคนหนึ่งซึ่งได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มนักธุรกิจและกองทัพให้ใช้อำนาจเผด็จการปกครองประเทศ ผู้นำในระบอบการปกครองเผด็จการฟาสซิสต์มักจะมีลัทธิการเมืองที่เรียกว่าลัทธิฟาสซิสต์ เป็นลัทธิชี้นำในการปกครองและมุ่งที่จะใช้อำนาจเผด็จการปกครองประเทศเป็นการถาวร โดยเชื่อว่าระบอบการปกครองแบบนี้เหมาะกับประเทศของตน และจะช่วยให้ประเทศของตนมีความเจริญก้าวหน้าโดยเร็ว เช่น การปกครองของ อิตาลีสมัยมุสโสลินี เป็นผู้นำระหว่าง พ . ศ . ๒๔๓๗ – ๒๔๘๖ การปกครองของเยอรมนีสมัยฮิตเลอร์เป็นผู้นำระหว่าง พ . ศ . ๒๔๗๖ – ๒๔๘๘ หรือการปกครองของสเปนสมัยจอมพล ฟรังโกเป็นผู้นำระหว่าง พ . ศ . ๒๔๘๐ – ๒๕๑๘ เป็นต้น
( ๑ . ๓ ) ระบอบเผด็จการคอมมิวนิสต์ หมายถึง ระบอบเผด็จการที่พรรคคอมมิวนิสต์เพียงพรรคเดียวได้รับการยอมรับหรือสนับสนุนจากกุล่มบุคคลต่าง ๆ และกองทัพให้เป็นผู้ใช้อำนาจเผด็จการปกครองประเทศ คณะผู้นำของพรรคคอมมิวนิสต์เชื่อว่าระบอบเผด็จการคอมมิวนิสต์เป็นรูปแบบการปกครองที่เหมาะสมกับประเทศของตน และจะช่วยทำให้ชนชั้นกรรมาชีพเป็นอิสระจากการถูกกดขี่โดยชนชั้นนายทุน รวมทั้งทำให้ประเทศมีความเจริญก้าวหน้าและเข้มแข้งทัดเทียมกับต่างประเทศได้เร็วกว่าระบอบอการปกครองแบบอื่นระบอบเผด็จการคอมมิวนิสต์มีความแตกต่างจากระบอบเผด็จการทหารที่สำคัญ คือ ระบอบเผด็จการทหารจะควบคุมกิจกรรมการเมืองของประชาชนเท่านั้น แต่ระบอบเผด็จการคอมมิวนิสต์จะใช้อำนาจเผด็จการควบคุมกิจกรรมและการดำเนินชีวิตของประชาชนในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านการเมือง การปกครอง ด้านเศรษฐกิจ และด้านสังคม ด้วยเหตุนี้นักรัฐศาสตร์จึงเรียกระบอบเผด็จการคอมมิวนิสต์อีกอย่างหนึ่งว่า ระบอบเผด็จการแบบเบ็ดเสร็จ
๒ ) หลักการของระบอบเผด็จการ จากที่ได้กล่าวมาข้างต้นอาจสรุปหลักการและวิธีการของ ระบอบเผด็จการ ได้ดังนี้
( ๑ ) ผู้นำคนเดียวหรือคณะผู้นำของกองทัพหรือของพรรคการเมืองเพียงกลุ่มเดียวมีอำนาจสูงสุดในการปกครอง และสามารถใช้อำนาจนั้นได้อย่างเต็มที่โดยไม่ต้องฟังเสียงคนส่วนใหญ่ในประเทศ
( ๒ ) การรักษาความมั่นคงของผู้นำหรือคณะผู้นำมีความสำคัญกว่าการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชน ประชาชนไม่สามารถที่จะวิพากษ์วิจารณ์การกระทำของผู้นำอย่างเปิดเผยได้
( ๓ ) ผู้นำหรือคณะผู้นำสามารถอยู่ในอำนาจได้ตลอดชีวิตหรือนานเท่าที่กลุ่ม ผู้ร่วมงานหรือกองทัพยังให้การสนับสนุนประชาชนทั่วไปไม่มีสิทธิที่จะเปลี่ยนผู้นำได้โดยวิถีทาง รัฐธรรมนูญ
( ๔ ) รัฐธรรมนูญและการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนที่จัดขึ้นตามรัฐธรรมนูญ และรัฐสภาไม่มีความสำคัญต่อกระบวนการทางการปกครองเหมือนในระบอบประชาธิปไตย กล่าวคือ รัฐธรรมนูญเป็นเพียงรากฐานรองรับอำนาจของผู้นำหรือคณะผู้นำเท่านั้น ส่วนการเลือกตั้งสมาชิกสภา ผู้แทนที่จัดขึ้นก็เพื่อให้ประชาชนออกเสียงเลือกตั้งผู้สมัครที่ผู้นำหรือคณะผู้นส่งเข้าสมัครรับเลือกตั้ง เท่านั้น ในทำนองเดียวกันรัฐสภาก็จะประชุมกันปีละ ๕ – ๑๐ วัน เพื่อรับทราบและยืนยันให้ผู้นำหรือคณะผู้นำทำการปกครองต่อไป ตามที่ผู้นำหรือคณะผู้นำเห็นสมควร
๓ ) ข้อดีและข้อจำกัดของระบอบเผด็จการ มีดังนี้
๓ . ๑ ) ข้อดีของการปกครองระบอบเผด็จการ ได้แก่
( ๑ ) รัฐบาลสามารถตัดสินใจทำการอย่างใดอย่างหนึ่งได้รวดเร็วกว่า รัฐบาลในระบอบประชาธิปไตย เช่น สามารถออกกฎหมายมาบังคับใช้ เพื่อวัตถุประสงค์อย่างใด อย่างหนึ่งได้ โดยไม่ต้องขอความเห็นชอบจากเสียงข้างมากในรัฐสภา
( ๒ ) การแก้ปัญหาบางอย่างมีประสิทธิผลกว่าระบอบประชาธิปไตย เช่น การสั่งการปราบปรามการจลาจล การก่ออาชญากรรม และการก่อการร้ายต่างๆ ได้อย่างเด็ดขาดมากกว่า โดยไม่ต้องเกรงว่าจะเกินอำนาจที่กฎหมายกำหนดไว้ เนื่องจากศาลในระบอบเผด็จการไม่ได้มีความเป็นอิสระในการพิจารณาคดีเหมือนในระบอบประชาธิปไตย
( ๓ ) ทำให้คนทั่วไปไม่มีโอกาสดำรงตำแหน่งสำคัญทางการเมืองคือ ทำให้คนดีมีความสามารถ ที่ไม่ใช่พวกพ้อง หรือผู้สนับสนุนกลุ่มผู้ปกครองไม่มีโอกาสดำรงตำแหน่งสำคัญในทางการเมืองได้
( ๔ ) ประชาชนส่วนใหญ่ที่ถูกกดขี่และขาดสิทธิเสรีภาพย่อมจะไม่สนับสนุนนโยบายของรัฐบาลอย่างเต็มที่ และอาจพยายามต่อต้านอยู่เงียบ ๆ หรือมิฉะนั้นบางคนก็อาจจะหลบหนีไปอยู่ต่างประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มบุคคลที่เป็นพวกปัญญาชน มีความรู้ความสามารถในด้าน ต่างๆ กลุ่มคนพวกนี้จะไปตั้งถิ่นฐานอยู่ในต่างประเทศ ทำให้ประเทศชาติขาดแคนทรัพยากรบุคคลที่มีความรู้ความสามารถ
( ๕ ) อาจนำประเทศชาติไปสู่ความพินาศได้เหมือนดังฮิตเลอร์ได้นำประเทศเยอรมนีเข้าสู่สงครามโลก หรือพลเอกโตโจนำประเทศญี่ปุ่นเข้าสู่สงครามโลกครั้งที่ ๒ ซึ่งผล ปรากฏว่าทั้งสองประเทศประสบกับความพินาศอย่างย่อยยับ
เนื่องจากระบอบประชาธิปไตยและระบอบเผด็จการต่างก็มีข้อดีและข้อจำกัดที่แตกต่างกันไป จึงทำให้กลุ่มบุคคลและประชาชนจำนวนหนึ่งในประเทศต่างๆ เลือกใช้ระบอบการปกครองที่ พวกตนคิดว่าเหมาะสมกับประเทศของตนในขณะนั้น และสามารถช่วยแก้ปัญหาทางการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมในประเทศของตนตามแนวทางที่พวกตนเชื่อได้เร็วดังจะเห็นได้ว่าในระยะตั้งแต่สิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ ๒ เป็นต้นมา บางประเทศได้เปลี่ยนแปลงการปกครองของตนจากระบอบเผด็จการเป็นระบอบประชาธิปไตย อาทิ ประเทศเยอรมนี อิตาลี ญี่ปุ่น โปรตุเกส และสเปน ส่วนบางประเทศ ก็เปลี่ยนจากระบอบประชาธิปไตยเป็นระบอบเผด็จการทหาร เช่น สหภาพพม่า นิการากัว และเอธิโอเปีย เป็นต้น
ขอบคุณครับ
ตอบลบโหดร้าย
ตอบลบยอดเยี่ยมมากครับ
ตอบลบระบอบนี้น่ากลัวมากครับ
ตอบลบ